ทำไมคณิตศาสตร์จึงมีความสำคัญ

ทำไมนักการศึกษาทั่วโลกจึงอยากให้เด็กในประเทศของเขาสนใจคณิตศาสตร์ ?

ทุกวันนี้หลายประเทศจัดให้มีการส่งเสริม ชักชวน เชื้อเชิญ เด็ก ครู และผู้ปกครองให้สนใจคณิตศาสตร์ และมีการสอนคณิตศาสตร์ตั้งแต่ระดับเริ่มเข้าเรียนเลยนะครับ

องค์กรระดับโลก เช่น องค์กรความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือที่เรียกว่า OECD (Organization for Economic Cooperation and Development) ซึ่งมีสมาชิก 34 ประเทศ เป็นประเทศที่มีการพัฒนาด้านต่าง ๆสูง เช่น ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, เบลเยียม, แคนาดา, ชิลี, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์,ไอร์แลนด์, อิสราเอล

อิตาลี, ลักเซมเบิร์ก, เม็กซิโก, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ตุรกี, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ส่วนในเอเชียเรามี 2 ประเทศเท่านั้นที่เป็นสมาชิก คือ ญี่ปุ่น, สาธารณรัฐเกาหลี

แม้ประเทศจีนยังต้องรอการพิจารณาเข้าเป็นสมาชิกองค์กรนี้เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศสมาชิก ได้จัดทำโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) เพื่อสำรวจว่าระบบการศึกษาของประเทศได้เตรียมเยาวชนของชาติให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิต และการมีส่วนร่วมในสังคมในอนาคตเพียงพอหรือไม่

โดย PISA เน้นการประเมินสมรรถนะของนักเรียนวัย 15 ปี ที่จะใช้ความรู้และทักษะเพื่อเผชิญกับโลกในชีวิตจริงมากกว่าการเรียนรู้ตามหลักสูตรในโรงเรียน

การประเมินนี้ PISA ให้ความสำคัญ 3 ด้าน คือ ด้านการอ่าน, คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เพราะเขาเชื่อว่าถ้าเยาวชนมีความรู้ 3 ด้านนี้ จะช่วยให้ประเทศมีการพัฒนาจากคุณภาพการศึกษาของเยาวชน

การที่คณิตศาสตร์มีความสำคัญ เพราะคณิตศาสตร์ไม่ใช่แค่การคำนวณ แต่คณิตศาสตร์คือกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล เป็นขั้นตอน เพื่อใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ซับซ้อน ถ้าเด็กมีความสามารถคิดอย่างคณิตศาสตร์ได้จะทำให้เป็นคนที่มีคุณภาพ เพราะรู้จักคิดวิเคราะห์ มีเหตุผล รู้จักการนำความรู้ไปแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตและการทำงาน

คณิตศาสตร์จึงเป็นสิ่งที่มีค่าต่อการพัฒนาคุณภาพของประชาชนทุกชาติ เพราะคณิตศาสตร์ไม่ใช่แค่เรื่องของงานด้านการแพทย์ วิศวะ แม้งานด้านธุรกิจ จิตวิทยา การวิจัยค้นหาความจริงในศาสตร์ต่าง ๆ ทุกด้าน รวมทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน คณิตศาสตร์ก็เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น ดีขึ้น

การตัดสินใจต่าง ๆ เช่น ซื้อสินค้า การเดินทาง การทำอาหาร ส่วนผสมปุ๋ย ฯลฯ ถ้านำคณิตศาสตร์มาช่วยก็มักจะเกิดผลดีกว่าการคาดเดา

“ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์” ประธานคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติ เล่าถึงเรื่องการสอบเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น ท่านบอกว่าเขาให้สอบอยู่ 2 วิชา วิชาแรกคือ การสอนภาษาญี่ปุ่น ส่วนอีกวิชาคือคณิตศาสตร์ครับ

เขาให้เหตุผลว่า ถ้าคณิตศาสตร์ใช้ได้แสดงว่าเป็นคนที่มีเหตุผล รู้จักคิดเป็นขั้นตอน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะจะเป็นครู

คำถามคือทำไมเด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบเรียนคณิตศาสตร์ ?

เด็กไม่ชอบคณิตศาสตร์เพราะ 2 สาเหตุครับ

1.เขาคำนวณไม่เก่ง เขาไม่ชอบคำนวณ

2.คณิตศาสตร์ที่คุณครูสอนตามเนื้อหาในหลักสูตรนั้น มันห่างไกลกับชีวิตจริง เขาไม่สามารถนำมันมาใช้ได้ นอกจากใช้เพื่อการสอบ

การสอนคณิตศาสตร์แบบดั้งเดิมจึงควรได้รับการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป คุณครูควรลดความสำคัญของการคำนวณที่สร้างความน่ากลัวให้เด็กในห้องเรียน

เมื่อเขาคำนวณไม่ได้ เขาจะรู้สึกว่าตนเองโง่เกินกว่าจะเรียนคณิตศาสตร์ เมื่อเขาจำสูตรไม่ได้ ท่องสูตรคูณไม่ได้ เขาอาจจะท้อแท้ เราควรให้เขารู้ว่าคณิตศาสตร์เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้เขามีการคิดอย่างมีเหตุผล

คณิตศาสตร์จะช่วยอะไรให้เขาบ้างในชีวิตปัจจุบันและอนาคต ?

เราควรให้เขารู้ว่า การคำนวณไม่ใช่ส่วนสำคัญที่สุด เพราะเรามีเครื่องมือช่วยคำนวณ เด็กควรเรียนรู้เรื่องสัญลักษณ์ อ่านเข้าใจความหมายของตัวเลขและแผนภูมิต่าง ๆ และเขาควรเข้าใจเรื่องของร้อยละ กราฟ และการมองปัญหาในชีวิต แปลออกมาเป็นโจทย์ทางคณิตศาสตร์ได้ ซึ่งนั่นจะมีค่ามากกว่าการคำนวณ

ดังนั้น ในการสอนคณิตศาสตร์ยุคใหม่ จะเน้นให้เขารู้จักและใช้คณิตศาสตร์เบื้องต้นโดยยังไม่เน้นการคำนวณ เช่น ให้เขาอ่านกราฟได้ เข้าใจความหมายของร้อยละ แปลความหมายได้ ส่วนการคำนวณครูอาจจะให้เขาใช้เครื่องคำนวณ หรือโปรแกรมคำนวณอย่าง Excel เพื่อหาคำตอบได้ง่าย และเร็วกว่า เด็กที่ไม่ชอบคำนวณก็จะหันมาสนใจคณิตศาสตร์เพราะความรู้สึกว่ามันไม่ยาก และเมื่อเขาสนใจแล้วการคำนวณก็จะตามมา

อีกส่วนหนึ่งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการสอนคณิตศาสตร์ คือ การฝึกให้เด็กใช้คณิตศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง ครูยุคใหม่จะนำเอาเรื่องรอบตัวเด็กมาเป็นโจทย์ ให้เขาคิดและหาทางใช้คณิตศาสตร์เพื่อแก้ปัญหานั้น ๆ

ข้อสอบของ PISA ที่ใช้ประเมินผลเด็ก เป็นข้อสอบลักษณะนี้ทุกข้อ คือเอาปัญหาจริงมาให้เด็กตีความ อ่านกราฟ แปลงปัญหามาเป็นโจทย์ แก้ปัญหาโดยคณิตศาสตร์ (ผู้ที่สนใจโจทย์เหล่านี้สามารถหาดูได้ใน Note ของผมที่เพจ face-book.com/ajwiriya ครับ)

ประเทศไทยเราถึงแม้ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์กรระดับโลก เช่น องค์กรความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ แต่ก็ขอเข้าร่วมสอบ PISA ขององค์กรนี้ เพื่อจะทราบข้อมูลว่าประเทศไทยมีการพัฒนาเข้าใกล้มาตรฐานของ OECD หรือไม่อย่างไร

ผลการสอบคณิตศาสตร์ของเด็กไทยต่ำมากครับ ทั้ง ๆ ที่เราเรียนคณิตศาสตร์มากกว่าทุกประเทศที่เข้าร่วมสอบ นี่คือสิ่งที่น่าห่วง

การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรคณิตศาสตร์ในบ้านเราจึงเป็นเรื่องจำเป็นมาก

ในการปฏิรูปหลักสูตร มีการจัดทำหลักสูตรคณิตศาสตร์ใหม่ที่ผมได้มีโอกาสเข้าร่วม คณะทำงานได้ร่างหลักสูตรคณิตศาสตร์ให้เป็นคณิตศาสตร์ที่เน้นการนำไปใช้ได้จริงมากกว่าจะเน้นการคำนวณเป็นบท ๆ อย่างที่ผ่านมา ผมเห็นแล้วก็อยากให้มีการนำไปใช้กันจริง ๆ สักที

แต่ถึงแม้หลักสูตรจะดีเพียงใด ถ้าการสอนยังคงเป็นแบบเดิม หลักสูตรดีแค่ไหนก็คงช่วยไม่ได้ครับ งานใหญ่ที่รออยู่คือ ทำอย่างไรคุณครูทั่วประเทศจะเปลี่ยนแปลงการสอนได้ นั่นคือความท้าทายที่ทุกฝ่ายน่าจะต้องช่วยกันต่อไป

ที่มา คอลัมน์ Education Ideas โดย วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ ผู้ก่อตั้ง eduzones.com

Advertisements

Posted on ่4 มกราคม, 2016, in ข่าวคณิตศาสตร์ and tagged , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: