การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย (สิ่งเล็ก ๆ ที่สร้างลูก)

…….การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย เป็นระยะที่มีความสำคัญที่สุดของพัฒนาการทั้งร่างกาย ปัญญา สังคม และบุคลิกภาพ ประสบการณ์ที่เด็กได้รับในช่วงแรกของชีวิต มีอิทธิพลมากต่อการสร้างความพร้อมสำหรับการพัฒนา
…….การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ เช่น ความพร้อมของพ่อแม่ ความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาของเด็กที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัย ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล อีกทั้งสังคมไม่ไห้ความสำคัญและยอมรับเด็กในฐานะทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุด การศึกษาในระดับนี้เป็นขั้นรากฐานของการพัฒนาความเจริญเติบโตทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านสมองจะเจริญเติบโตถึงร้อยละ 80 ของผู้ใหญ่ หากเด็กได้รับการพัฒนาดูแลให้พัฒนาด้านจิตใจ ความคิด สติปัญญาอย่างถูกต้องเหมาะสม เด็กก็จะเจริญเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ในช่วงต้นของชีวิต คือ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 6 ปี เป็นระยะเวลาที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาทั้งร่างกาย อารมณ์ สติปัญญา สังคม และบุคลิกภาพ ประสบการณ์ที่เด็กได้รับในช่วงแรกของชีวิตมีอิทธิพลมากต่อการเสริมสร้างความพร้อมสำหรับการพัฒนาในขั้นต่อไป หรืออาจจะขัดขวางชะงักการพัฒนาของเด็ก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของประสบการณ์ที่เด็กได้รับ และเนื่องจากเด็กในวัยนี้อีกเช่นกันที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำด้วย ดังนั้นการจัดประสบการณ์เรียนรู้ สำหรับเด็กปฐมวัยควรส่งเสริมพฤติกรรมทางสังคม โดยการจัดประสบการณ์และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความพร้อมด้านสังคม โดยครอบคลุมถึงการรู้จักตนเองและช่วยเหลือตนเอง การติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม การยอมรับกฎเกณฑ์และค่านิยมของสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการจัดกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการตามวัยของเด็ก เพื่อเด็กจะได้มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่น รู้จักบทบาทของตนเองในด้านการร่วมมือ การช่วยเหลือ การแบ่งปัน มีความเป็นเพื่อนให้กันและกัน และไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งจะส่งผลให้เด็กมีความสุขในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคมต่อไป
…….โดยทั่วไปการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย กระทำได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมการกลางแจ้ง กิจกรรมเกมการศึกษา และกิจกรรมเล่นตามมุม กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่อยู่ในกิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้แสดงออกด้วยการวาดภาพ การปั้น การเล่นสี การฉีกปะ การพิมพ์ภาพ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง พัฒนาพลังของการแสดงออกทางอารมณ์ เพื่อพัฒนาให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น พัฒนาพฤติกรรมทางสังคมที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน
…….การจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กแต่ละคนนั้น ควรคำนึงธรรมชาติของเด็กเป็นสำคัญ ซึ่งเด็กทุกคนมีความเหมือนกันในแง่ของพัฒนาการ เด็กทุกคนต้องผ่านลำดับขั้นตอนของพัฒนาการด้านต่างๆ ทั้ง 4 ด้าน คือ ทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา แต่จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับพื้นฐานต่าง ๆ และปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็กในการจัดกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมการกลางแจ้ง กิจกรรมเกมการศึกษา และกิจกรรมเล่นตามมุม ซึ่งกิจกรรมเหล่านึ้จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่เปืดโอกาสได้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกาย เด็กได้ใช้สมรรถภาพทางด้านร่างกายหลาย ๆ ส่วนควบคู่กับการใช้สติปัญญา นอกจากนั้นการเล่นยังเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ในการเรียนรู้หรือการทำงานของเด็ก ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางสังคมในทางที่ดี เพราะในขณะที่เด็กเล่นนั้นจะได้รับความสนุกสนาน ได้เรียนรู้การเล่นเป็นกลุ่ม เคารพกติกา ได้แสดงความรู้สึกความต้องการของตนเอง ได้แสดงความพอใจและการยอมรับผู้อื่น รู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น เรียนรู้การเป็นผู้นำหรือผู้ตาม รู้จักช่วยเหลือและแบ่งปัน การเล่นจึงเป็นหัวใจสำคัญและมีความสำคัญอย่างยิ่งในวัยเด็กซึ่งธรรมชาติของเด็กจะชอบการเล่น ซึ่งการเล่นมีหลายลักษณะ ได้แก่ การเล่นตามลำพังไม่สนใจผู้อื่น ให้ความร่วมมือ การเฝ้ามองผู้อื่นเล่นอย่างสนุกสนาน การเล่นเป็นกลุ่ม การเล่นที่เด็กเล่นกับผู้อื่นทุกลักษณะของการเล่นนั้นจะช่วยให้เด็กปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสังคมในทางที่ดี ในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยด้วยกิจกรรมทั้ง 6 กิจกรรมเพื่อที่จะให้เด็กเกิดพัฒนาการ มีการจัดกิจกรรมในหลายรูปแบบ เช่น การเคลื่อนไหวพื้นฐาน กิจกรรมเข้าจังหวะ เกมเบ็ดเตล็ด การเล่นสมมุติ การละเล่นพื้นบ้าน การเล่นแบบผลัด กิจกรรมเสริมสมรรถภาพ
…….การจัดประสบการณ์ให้กับเด็กนั้น ผู้ปกครอง คุณพ่อคุณแม่ หรือพี่เลี้ยงจะเป็นจะต้องศึกษาหลักสูตรจิตวิทยาพัฒนาการเด็กและการวางแผนจัดกิจกรรมให้เหมาะสม สอดคล้องกับกลุ่มเด็กและสภาพของท้องถิ่น และต้องมีการสังเกตความสนใจของเด็กขฯเล่น สนทนาหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลในการจัดประสบการณ์ การระดมความคิดจากเด็ก เขียนแผนการจัดประสบการณ์ จะทำให้ผู้ปกครอง คุณพ่อคุณแม่ หรือพี่เลี้ยงทราบว่าเด็กรู้อะไรแล้ว และต้องการรู้อะไรอีก ซึ่งจะช่วยให้เกิดการจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กได้อย่างถูกต้อง

Advertisements

Posted on ่15 ตุลาคม, 2013, in Lifestyle and tagged , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: