วิธีแก้การเบื่อเรียน

…….นักเรียนย่อมเคยเบื่อเรียนมาแล้วด้วยกันทุกคน มาก น้อยบ้าง การเบื่อเรียนของนักเรียนแต่ละคน มีสาเหตุที่แตกต่างกัน หรืออาจจะเกิดจากสาเหตุเดียวกันก็ได้ การเบื่อเรียน นับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเรียน จึงจำเป็นต้องแก้ไข วิธีที่จะแก้การเบื่อเรียน ไม่ใช่สิ่งที่เหลือวิสัยของนักเรียนที่จะทำได้ ถ้านักเรียนพยายามหาสาเหตุของการเบื่อเรียน และหาวิธีแก้ไข ก็จะทำให้เกิดความ “อยากเรียน” ซึ่งเป็นผลดีต่อการเรียนอย่างยิ่ง
…….ในที่นี้ได้กล่าวรวบรวมสาเหตุของการเบื่อเรียน และวิธีแก้ไข เสนอมาให้นักเรียนปฏิบัติตามความเหมาะสม ของแต่ละบุคคล ดังนี้
…….สาเหตุของการเบื่อเรียน
1. มีปัญหาด้านสุขภาพ
…..1.1 นอนไม่เพียงพอ ทำให้ง่วงเวลาเรียน
…..1.2 ออกกำลังกายมากเกินไป ทำให้อ่อนเพลีย หรือไม่ออกกำลังกายเลย ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง
…..1.3 สายตาสั้นแล้วไม่รู้ตัว ทำให้มองกระดานดำไม่ชัด เกิดหงุดหงิด ทำให้ผลการเรียนเสีย
…..1.4 หมกมุ่นหรือสนใจด้านเพศศึกษามากเกินไป ทำให้เสียเวลาจิตใจจดจ่ออยู่แต่เรื่องเพศศึกษา อาจทำให้เสียสุขภาพ
…..1.5 รับประทานอาหารมาก หรือน้อยเกินไป หรือไม่ถูกส่วน ทำให้ง่วงเวลาเรียน
…..1.6 สุขภาพไม่แข็งแรง เนื่องจากมีโรคประจำตัว
…..วิธีแก้ไข
…..1. นอนให้เพียงพอ และหลับให้สนิท ฝึกนอนให้ตื่นเป็นเวลา ควรใช้เวลานอนระหว่าง 6-8 ชั่วโมง ไม่กินยาแก้ง่วง เพราะจะทำให้ติด
…..2. ควรออกกำลังกายแต่พอควร ถ้าเล่นกีฬาหนัก เช่นฟุตบอล หรือบาสเกตบอล ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ควรหมกมุ่นกับกีฬาจนเสียการเรียน
…..3. หากมองกระดานดำไม่ชัด ควรไปตรวจสายตา หากพบว่าสายตาสั้น จะได้ใส่แว่นตา ซึ่งราคาไม่แพง ประมาณ สองสามร้อยก็มี
…..4. พยายามอย่าหักห้ามจิตใจให้หันเหความสนใจไปสู่การเรียน หรือออกกำลังกายบ้าง
…..5. รับประทานอาหารแต่พอควร ไม่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป และควรตรงเวลา
…..6. ควรตรวจสุขภาพประจำปี หากร่างกายมีอาการไม่ปกติ ควรปรึกษาแพทย์

2. พื้นความรู้น้อยกว่าเพื่อนนักเรียนในชั้นมากเกินไป
ทำให้นักเรียนไม่ทันเพื่อน เกิดการเบื่ออาหาร ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก
…..1.ไม่ค่อยทำการบ้าน
…..2.ขาดเรียนบ่อย
…..3.ขาดการทบทวนแบบเรียน
…..4.ไม่ชอบวิชานั้นๆ
…..5.ไม่ชอบครูผู้สอน
…..วิธีแก้ไข
…..1.หมั่นทำการบ้าน อย่าผัดวันประกันพรุ่ง ถ้าทำไม่ได้ควรถามเพื่อนที่เก่งกว่า หรือถามครู หรือหหนังสือเรียน
…..2.อย่าขาดเรียนโดยไม่จำเป็น
…..3.ควรจะทำตารางเวลา และควรจะมีเวลาทบทวนบทเรียนด้วย
…..4.แม้ไม่ชอบวิชาใดก็ควรสนใจเรียน เพราะหากไม่สนใจเรียนก็ยิ่งไม่อยากเรียน และก็ยิ่งไม่รู้เรื่อง ถ้าหากให้ความสนใจมากหน่อย เมื่อเรียนเข้าใจดีแล้ว อาจชอบวิชานั้นในภายหลังก็ได้
…..5.พึงระลึกเสมอว่า ครูคือผู้ให้ ต้องพยายามสร้างความรัก ความศรัทธาต่อครูผู้สอนวิชานั้นๆ

3. ขาดเพื่อนสนิท หรือไม่ชอบครูที่สอน
…..การเรียนหากไม่มีเพื่อนสนิทเลยมักจะมีปัญหา เพราะถ้าเรียนไม่เข้าใจไม่รู้จะไปปรึกษาหรือถามใคร และถ้าคบเพื่อนที่ไม่สนใจเรียนมีแต่ชวนไปเที่ยว ก็ยิ่งมีผลเสีย นอกจากนั้นการไม่ชอบครูผู้สอน ไม่ว่าผู้นั้นจะสอนดีหรือไม่ดี ก็จะทำให้เสียผลการเรียนอย่างมาก เพราะอันดับแรกที่เสียก็คือ ทำให้ไม่สนใจบทเรียน
…..วิธีแก้ไข
…..ต้องพยายามหาสาเหตุว่า ที่ตนไม่มีเพื่อนสนิทนั้น เพราะเหตุใด แล้วแก้ไขเสีย และเพื่อนก็ชักชวนไปในทางที่ดี ควรชักชวนกันให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
สำหรับครูผู้สอน นักเรียนต้องไม่มีอคติ หรือ เกลียดครู ต้องถือเสียว่า ครูคือผู้ประสาทวิชาให้นักเรียน
ถ้าสอนไม่เข้าใจ ก็ถามเพื่อน หรือ ค้นคว้าหาหนังสืออ่านประกอบ เพราะครูก็ย่อมมีทั้งสอนดี และสอนไม่ดี

4. ไม่มีเป้าหมายในการเรียน
…..นักเรียนในระดับชั้น ม.1-2-3 อย่างน้อยก็ต้องคิดแล้วว่า เมื่อเรียนจบแล้ว จะไปเรียนอะไรต่อ นักเรียนที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่า ต่อไปจะเรียนอะไร ย่อมมีกำลังใจที่จะขยันเรียน แต่นักเรียนบางคน ซึ่งมักเป็นนักเรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจของครอบครัว มักจะเรียนไปอย่างไม่มีเป้าหมาย เพราะยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเรียนต่อหรือไม่
วิธีแก้ไข
…..นักเรียนทุกคน เมื่อเรียนอยู่ชั้น ม.1-2-3 ควรตั้งเป้าหมายการเรียนแล้วว่า เมื่อเรียนจบแล้วจะมีโอกาสอย่างไรบ้าง และก็ต้องเผื่อไว้ด้วยว่าอาจไม่ได้เรียนต่อ ซึ่งถ้าไม่ได้เรียนต่อก็ต้องเตรียมไว้ว่าจะทำอะไรเมื่อจบ
ม.3แล้ว การเรียนจบ ม.3 แล้วไม่ได้เรียนต่อไม่ใช่เรื่องเสียหาย สมัยนี้มีการศึกษานอกระบบ ซึ่งเรียนในตอนเย็นหรือวันหยุด นักเรียนอาจทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ข้อสำคัญพื้นความรู้ระดับม.3 ที่จบมาต้องให้ดี ฉะนั้นในระหว่างเรียน ม.3 ต้องเรียนอย่างมีเป้าหมาย และมีกำลังใจที่จะเรียน อย่าท้อแท้ อย่าหมดหวัง ต้องสร้างความหวังและกำลังใจให้ตัวเองเสมอ

5. มีปัญหาครอบครัว ซึ่งอาจเป็น
…..1. ปัญหาทางเศรษฐกิจของครอบครัว
…..2. ปัญหาการแตกแยกกันในครอบครัว
…..3. ปัญหาอื่นๆ
…..วิธีแก้ไข
…..เนื่องจากแต่ละครอบครัวมีปัญหาไม่ซ้ำกันนักเรียนที่มีปัญหาครอบครัวควรปรึกษาครู หรือ เล่าสู่เพื่อนฟังบ้าง อย่าเก็บเงียบไว้คนเดียว เมื่ออยู่ในเวลาเรียนอย่าเอาปัญหาครอบครัวมาคิด เพราะจะไม่เกิดประโยชน์ แต่ที่สำคัญ คือ อย่าเกียจคร้าน ความเกียจคร้านเป็นอุปสรรคทุกเรื่อง ต้องแก้ไขด้วยความขยัน ความขยันทำให้สำเร็จในกิจทุกประการ

ปัญหา
…..ถ้าคร้านเรียน เรียนอะไร ก็ไม่รู้ …….ถ้าคร้านดู ดูอะไร ก็ไม่เห็น
…..ถ้าคร้านทำ ทำอะไร ก็ไม่เป็น ……….ต้องลำเค็ญ ไม่เป็นงาน เพราะคร้านเอย
วิธีแก้ไข
…..ขยันเรียน เรียนอะไร ก็ได้รู้ ………..ขยันดู ดูอะไร ก็ได้เห็น
…..ขยันทำ ทำอะไร ก็ทำเป็น …………..ไม่ลำเค็ญ เพราะขยัน หมั่นเพียรเอย.

Advertisements

Posted on ่11 กันยายน, 2013, in Lifestyle and tagged , . Bookmark the permalink. 5 ความเห็น.

  1. ขอโหวตให้ครูไพรวัล ใน TBA2013 (143) เป็นบล๊อกเกี่ยวกับการศึกษาที่ดีมากเลยครับ หากมีโอกาสขออนุญาติเรียนเชิญคุณครูและลูกศิษย์แวะเข้าไปเยี่ยมชมสามก๊กวิทยาด้วยนะครับ
    http://www.thailandblogawards.com/entry/view/416

  2. ขอบพระคุณ Samkok Wittaya ที่ให้เข้ามาแวะเยี่ยมชมเว็บบล็อกทางการศึกษาเล็ก ๆ เว็บนี้และให้กำลังผม ผมเองก็เข้าไปอ่านเว็บบล็อกของท่านประจำครับ ชอบมาก เกี่ยวกับสามก๊กที่ท่านนำเสนอ ได้แง่คิด มุมมองต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิต ผมและเด็กๆ ขอส่งแรงใจและร่วมโหวตให้บล็อกของท่านได้รางวัลอันดับ 1 ในหมวดหมู่ วรรณกรรมและบันเทิง (Entertainment Blog) ครับ

  3. 3563 คะแนนโหวตวันสุดท้าย ขอขอบพระคุณและยินดีที่ได้รู้จักครับ
    http://www.thailandblogawards.com/entry/view/416

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: